blackjack game รายละเอียด และวิธีการเล่นแบล็คแจ็ค

blackjack game รายละเอียด และวิธีการเล่นแบล็คแจ็ค

วันนี้จะมาอธิบาย เกี่ยวกับ blackjack game ในบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจ กับวิธีการเล่นแบล็คแจ็ค ใน เว็บคาสิโนออนไลน์ จ่ายจริง ขั้นพื้นฐาน ให้ทุกท่านได้เข้าใจ มากยิ่งขึ้น ส่วนเนื้อหาจะมีอะไรบ้าง เชิญอ่านได้ที่ด้านล่าง นี้เลยครับ

blackjack game เกมที่เป็นที่ยอดอย่างมากบนเว็บเกมคาสิโนออนไลน์

blackjack หรือ เกมแบล็คแจ็คออนไลน์ เป็นอีกเกม ที่เป็นที่นิยม อย่างมากบนเว็บ เกมคาสิโนออนไลน์ เล่นง่าย เกมแบล็คแจ็คมีกติกาการตัดสิน โดยแข่งกันระหว่างฝ่ายผู้เล่น และเจ้ามือ ว่าไพ่ของฝ่ายไหนจะมีแต้มรวมมากกว่ากัน โดยสูงสุดที่ 21 และถ้าฝ่ายไหนมีแต้มไพ่รวมกันได้เกิน 21 ก็จะถือว่าแพ้ทันที

กติกาBlackJack เบื้องต้นที่ควรรู้

กติกาการเล่น ไพ่แบล็คแจ็ค จะขึ้นอยู่ที่เว็บว่า จะมีการใช้จำนวนไพ่กี่สํารับซึ่งจะมีตั้งแต่ 1 จนถึง 8 โดยจะมีกฎการเล่นอย่างนี้

  • เป้าหมายของเกม ไพ่แบล็คแจ็ค จะอยู่ที่ผลรวมของไพ่ นั่นคือ จะต้องทำให้ มีค่าเท่ากับ หรือใกล้เคียง 21 ให้ได้มากที่สุดและจะต้องไม่เกิน 21ในกรณีที่ผู้เล่นและเจ้ามือได้คะแนนเท่ากัน ที่อยู่ในระหว่าง 17-21 จะทำการตัดสินโดยหาฝ่ายที่มีไพ่แบล็คแจ็คที่จะเป็นฝ่ายชนะ
  • ในกรณีผลรวมของแต้มไพ่ที่ไพ่ 2 ใบแรกรวมกันแล้วได้เท่ากับ 21 พอดี ที่จะเรียกว่าแบล็คแจ็ค ยูฟ่าเบท จะมีอัตราการจ่ายการเดิมพันอยู่ที่5 เท่าของเงินที่ใช้ในการเดิมพัน
  • ถ้าไพ่ในมือของผู้เล่นได้แต้มใกล้เคียงกับ 21 มากกว่าเจ้ามือผู้เล่นก็จะเป็นฝ่ายชนะ
  • หากผู้เล่นมีแต้มในมือเกิน 21 แต้มจะถือว่าแพ้การเดิมพันทันที
  • ค่าของแต้มไพ่แบล็คแจ็คจะมีการกำหนดดังนี้ A = 1 หรือ 11, 2-9 มีค่าตามตัวเลข และ J K Q จะมีค่าเท่ากับ 10

การนับแต้ม

ในการเล่นไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ มีวิธีนับไพ่ที่เหมือนกันทั้งหมด ทั้งโต๊ะคาสิโนสดยุโรป และเอเชีย ดังนี้

  • ไพ่เลข 2 – 10 มีค่าเท่ากับตัวเลขบนหน้าไพ่
  • ไพ่ฝรั่ง J , Q และ K มีค่าเท่ากับ 10 แต้ม
  • ไพ่ A สามารถเป็นได้ทั้ง 1 หรือ 11

วิธีเล่นเกมแบล็คแจ็ค

ในการเล่น เกมไพ่แบล็คแจ็คนั้น หลังจากที่ท่าน เลือกห้องเดิมพันแล้ว ท่านจะต้องเลือกเดิมพัน โดยต้องลงเงินเดิมพันขั้นต่ำ 100 บาท ต่อจากนั้นเจ้ามือ จะแจกไพ่ให้คนละ 2 ใบ โดยแจกให้กับผู้เล่น แบบหงายไพ่ทั้ง 2 ใบ แต่เจ้ามือเอง จะเปิดไพ่แค่ใบแรก เท่านั้น เสร็จแล้วผู้เล่นจะต้องตัดสินใจ ว่าจะเลือกเดิมพันรูปไหน อย่างไร ดังนี้ครับ

1. Hit หรือการขอจั่วไพ่เพิ่ม เป็นการขอไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ โดยผู้เล่นนั้นจะขอได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้แต้มที่พอใจแล้ว หรือแพ้ครับ

2. Stand หรือการพัก คือการที่ผู้เล่นพอใจกับแต้มที่ตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องการรับไพ่เพิ่มครับ

3. Double Down หรือการเพิ่มวงเงินเดิมพันให้มากขึ้น ถ้าหากตัวผู้เล่นนั้นมั่นใจว่า ตัวเองมีคะแนนที่ดี สามารถที่จะเอาชนะ ไพ่ของเจ้ามือได้ สามารถเพิ่มวงเงินเดิมพันให้สูงขึ้นได้ โดยการเพิ่มวงเงินเดิมพันนั้นสามารถเพิ่มได้ 2 เท่า

4. Split หรือการแยกไพ่ ใช้ได้ในกรณีที่ผู้เล่นได้ไพ่คู่ ผู้เล่นจะสามารถเลือกที่จะแยกไพ่ เพื่อแยกคู่เป็น 2 มือ และใช้สิทธิจั่วไพ่เพิ่มสำหรับเรียกไพ่ที่แยกออกมาได้ครับ

5. Surrender หรือหมอบ ใช้ได้หลังจากแจกไพ่ 2 ใบแรกเสร็จแล้ว สำหรับการหมอบ และได้เงินเดิมพันคืนครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน ยกตัวอย่างเช่น วางเดิมพัน 100 บาท จะได้คืนมาแค่ 50 บาทเท่านั้นนั่นเองครับ

6. Insurance หรือการประกันเงินเดิมพัน หลังแจกไพ่ 2 ใบแรกเสร็จ หากไพ่ใบที่ 1 ของเจ้ามือเป็น Ace ผู้เล่นจะมีสิทธิเลือกว่าจะประกันเงินเดิมพันหรือไม่ ถ้าหากเจ้ามือได้ 21 แต้ม หรือแบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะได้เงินที่ทำประกันไว้เป็น 2 เท่า แต่ถ้าเจ้ามือไม่แบล็คแจ็ค ก็เสียเงินประกันไปทันที

รูปแบบการวางเดิมพัน

ในการวางเดิมพันนั้น ท่านสามารถเลือกที่จะทำการวางเดิมพันได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ 21+3 , Perfect Pair และ Bet Behind และเหตุผลที่ทำให้นักเดิมพันหลายๆ คน สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ และทำเงินจากการเล่น blackjack game หรือเกมแบล็คแจ็คออนไลน์นั้น ก็คือรูปแบบของการวางเดิมพันของเกมแบล็คแจ็คนั่นเองครับ

1. การวางเดิมพันแบบ 21+3

คือการที่ไพ่ในมือของท่านนั้นมีโอกาสที่จะเกิดการตองเหมือน , สเตรทฟลัช , ตอง , สเตรท หรือฟลัช และหากท่านสามารถที่จะชนะในรูปแบบที่พูดมานี้ได้ ท่านจะได้รับอัตราการจ่ายที่เยอะมาก ดังนี้ครับ

    • ตองเหมือน ในมือของท่านไพ่สามใบจะต้องมีเลขที่เหมือนกัน และดอกไพ่ก็ต้องเหมือนกันเช่นกันยกตัวอย่างเช่น ได้ไพ่ 10 ข้าวหลามตัด ทั้งสามใบ
    • สเตรทฟลัช ไพ่ทั้งสามใบจะต้องมีเลขเรียงกันตามลำดับ และมีไพ่ดอกเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น 4,5,6 ข้าวหลามตัด
    • ตอง ไพ่สามใบจะต้องมีเลขที่เหมือนกัน แต่สี และดอกสามารถต่างกันได้ ยกตัวอย่างเช่น 5 โพดำ , 5 ข้าวหลามตัด และ 5 ดอกจิก
    • สเตรท ไพ่ทั้งสามใบจะต้องมีเลขเรียงกันตามลำดับ แต่สี และดอกสามารถต่างกันได้ ยกตัวอย่างเช่น 4 โพแดง , 5 ดอกจิก , 6 โพดำ
    • ฟลัช ไพ่ทั้งสามใบจะต้องมีดอกเดียวกันทั้งสามใบ ยกตัวอย่างเช่น 8 โพแดง , 2 โพแดง , 9 โพแดง

2. การวางเดิมพันแบบ Perfect Pair

การเดิมพันรูปแบบนี้ คือการวางเดิมพันที่ทำให้ท่านนั้นมีโอกาสชนะเพียงแค่ใช้ไพ่ 2 ใบแรกเท่านั้น โดยที่ไพ่ 2 ใบแรกของท่านจะต้องเป็นไพ่คู่ ยกตัวอย่างเช่น ไพ่ 6-6 , 7-7 , 8-8 เป็นต้น

3. การวางเดิมพันแบบ Bet Behind

การเดิมพันรูปแบบนี้ คือการเดิมพันตามผู้เล่นคนอื่น ท่านนั้นจะสามารถอ้างอิงการชนะจากไพ่ของผู้เล่นคนอื่นได้ แต่ท่านสามารถกำหนดเงินเดิมพันได้เอง และไม่สามารถบอกให้ผู้เล่นนั้นจั่วไพ่เพิ่ม หรือหยุดเรียกไพ่เพิ่มได้ นั้นก็คือ หากท่านได้วางเดิมพันตามใครแล้ว ท่านจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลย นอกจากการวางเดิมพันนั่นเอง