เสือมังกร จ่ายยังไง เล่นแบบไหนถึงได้เงินจริง

เสือมังกร จ่ายยังไง เล่นแบบไหนถึงได้เงินจริง

สวัสดีครับผู้ที่กำลังติดตาม mordooslot ทุกท่าน ในบทความนี้ ผมจะมาพูดถึง เสือมังกร จ่ายยังไง เกมส์ไพ่ยอดนิยม เกมส์เสือ มังกร โดยเนื้อหาในบทความนี้ จะอธิบายรายละเอียด ของเกมส์อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น วิธีการเล่น รูปแบบการ เล่นเสือมังกร จ่ายยังไง ซึ่งเนื้อหา จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกัน ได้เลยครับ

เสือมังกร จ่ายยังไง เกมส์เสือมังกร เกมส์ไพ่ยอดนิยม

เกมส์เสือ มังกร เป็นเกมส์ไพ่ ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก เกมส์เสือมังกร เล่นง่าย เป็นเกมส์ไพ่ ที่พัฒนามาจาก เกมส์บาคาร่า เพื่อให้ผู้เล่นนั้น ได้เล่นกันง่ายมากขึ้น โดยไม่ต้องมาพะวงเลย ว่าจะต้องเรียกไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่ เพราะเกมส์เสือ มังกร เป็นเกมส์ที่เอาชนะกันด้วย ไพ่เพียงใบเดียวเท่านั้น ซึ่งหากฝ่ายไหน มีแต้มมากกว่า อีกฝ่าย ฝ่ายนั้นจะเป็นฝ่ายที่ชนะ การเดิมพันทันที โดยแต้มสูงสุด ของเกมส์เสือ มังกร คือ 13 แต้ม และแต้มที่น้อยที่สุด คือ 1 แต้ม

การนับแต้มเกมส์เสือ มังกร

สำหรับการนับแต้มเสือ มังกร จะมีการนับตามนี้ครับ

  • A เป็นแต้มที่น้อยที่สุด ซึ่ง A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
  • 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 มีค่าเท่ากับตัวเลขบนหน้าไพ่
  • J มีค่าเท่ากับ 11 แต้ม
  • Q มีค่าเท่ากับ 12 แต้ม
  • K เป็นแต้มที่มากที่สุด ซึ่งมีค่าเท่ากับ 13 แต้ม

เสือมังกร เล่นแบบไหน และจ่ายยังไง ?

สำหรับการวางเดิมพันเกมส์ไพ่เสือ มังกร มีวิธีการวางเดิมพันที่ง่ายมากๆ โดยในการเดิมพันจะใช้ไพ่ 6 – 8 สำรับ ในการเล่นเดิมพัน ถือว่าเป็นเกมส์ที่เล่นง่าย เพราะกติกามีไม่มากนัก เข้าใจง่าย ใช้เวลาไม่นาน ส่วนการตัดสินผลแพ้ – ชนะ จะตัดสินด้วยไพ่ 1 ใบนั้น ที่แต่ละฝ่ายได้รับ ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

รูปแบบการวางเดิมพัน

1. ดราก้อน เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วฝ่ายดราก้อน จะมีแต้มมากกว่า ฝ่ายไทเกอร์

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันดราก้อน แต้มของฝ่ายดราก้อนจะต้องมีมากกว่าฝ่ายไทเกอร์ เช่น ฝ่ายดราก้อนมีแต้ม 13 แต้มซึ่งเป็นแต้มที่มากที่สุด ส่วนฝ่ายไทเกอร์มีแต้ม 10 แต้ม แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพันครับ

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 200 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ

2. ไทเกอร์ เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วฝ่ายไทเกอร์ จะมีแต้มมากกว่า ฝ่ายดราก้อน

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันไทเกอร์ แต้มของฝ่ายไทเกอร์จะต้องมีมากกว่าฝ่ายดราก้อน เช่น ฝ่ายไทเกอร์มีแต้ม 13 แต้ม ส่วนฝ่ายดราก้อนมีแต้ม 10 แต้ม แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพัน

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 200 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ

3. เสมอ เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วฝ่ายไทเกอร์ และฝ่ายดราก้อน จะมีแต้มที่เท่ากัน

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันเสมอ แต้มของฝ่ายดราก้อน และแต้มของฝ่ายไทเกอร์จะต้องมีแต้มที่เท่ากัน เช่น ฝ่ายดราก้อนมีแต้ม 13 แต้ม ฝ่ายไทเกอร์ก็จะต้องมีแต้ม 13 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพัน

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 8 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 900 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ

4. ดราก้อนคี่ เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วไพ่ของฝ่ายดราก้อนจะออกเป็นแต้มจำนวนคี่

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันดราก้อนคี่แต้มของฝ่ายดราก้อน จะต้องออกมาเป็นแต้มที่มีจำนวนคี่ (1 , 3 , 5 , 9 , 11 , 13) เท่านั้น เช่น ฝ่ายดราก้อนมีแต้ม 13 แต้ม แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพัน

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 200 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ

5. ดราก้อนคู่  เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วไพ่ของฝ่ายดราก้อนจะออกเป็นแต้มจำนวนคู่

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันดราก้อนคู่แต้มของฝ่ายดราก้อน จะต้องออกมาเป็นแต้มที่มีจำนวนคู่ (2 , 4 , 6 , 8 , 10 , 12) เท่านั้น เช่น ฝ่ายดราก้อนมีแต้ม 12 แต้ม แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพัน

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 200 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ

6. ไทเกอร์คี่ เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วไพ่ของฝ่ายไทเกอร์จะออกเป็นแต้มจำนวนคี่

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันไทเกอร์คี่แต้มของฝ่ายไทเกอร์ จะต้องออกมาเป็นแต้มที่มีจำนวนคี่ (1 , 3 , 5 , 9 , 11 , 13) เท่านั้น เช่น ฝ่ายไทเกอร์มีแต้ม 13 แต้ม แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพัน

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 200 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ

7. ไทเกอร์คู่ เงื่อนไขการวางเดิมพัน เป็นการทายว่าหลังจากที่เปิดไพ่แล้วไพ่ของฝ่ายไทเกอร์จะออกเป็นแต้มจำนวนคู่

ยกตัวอย่างเช่น : หากผู้เล่นลงเดิมพันไทเกอร์คู่แต้มของฝ่ายไทเกอร์ จะต้องออกมาเป็นแต้มที่มีจำนวนคู่ (2 , 4 , 6 , 8 , 10 , 12) เท่านั้น เช่น ฝ่ายไทเกอร์มีแต้ม 12 แต้ม แบบนี้ถึงจะชนะการเดิมพัน

อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่า ยกตัวอย่างเช่น : หากลงเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท เมื่อชนะการเดิมพันจะได้รับเงินเป็นจำนวนเงิน 200 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมเงินที่ลงเดิมพันด้วยครับ