ตารางสูตรเสือมังกร เคล็ดลับทำกำไรกับเกมไพ่ที่เล่นง่ายที่สุด

ตารางสูตรเสือมังกร เคล็ดลับทำกำไรกับเกมไพ่ที่เล่นง่ายที่สุด

ตารางสูตรเสือมังกร สูตรเจาะเกมไพ่ Dragon-Tiger ที่มีหลักในการวิเคราะห์ตรงกันข้ามกับ โปรแกรมคำนวณบาคาร่า SA ด้วยรูปแบบ กฎและกติกาการแข่งขันที่แตกต่างกัน ทำให้ สูตรบาคาร่าคืออะไร สูตรเสือมังกรคืออะไรมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เป็นอย่างไรวันนี้ mordooslot มีคำตอบมาฝาก ไปเรียนรู้พร้อมๆ กันได้เลย

เข้าใจเรื่องเค้าไพ่ ก่อนจะไปดู ตารางสูตรเสือมังกร

สำหรับเพื่อนๆ มีประสบการณ์ในการเล่นบาคาร่า กันมาแล้ว พอพูดถึงเรื่องเค้าไพ่ น่าจะเข้าใจกันอยู่บ้างแล้ว ซึ่งอย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า หลักการในการเล่นไพ่เสือมังกร มันคล้ายกัน กับบาคาร่า ดังนั้นที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ มันก็ดัดแปลงมาจาก สูตรของบาคาร่านั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก วิธีการดูไพ่กันก่อน โดยวิธีการนั้นเราจะดูเค้าไพ่ล่าสุด 2, 3 หรือ 4 ตา สุดท้าย ซึ่งจะมีรูปแบบ ที่แตกต่างกันออกไป แบ่งได้เป็น 4 แบบด้วยกัน คือ เค้าไพ่แบบออกติด, ออกสลับ, 2 – 1 และ 2 – 2 – 2 โดยเราจะอธิบายให้ฟัง อย่างละเอียดอีกครั้งในหัวข้อถัดไป ซึ่งเรานำรูปแบบของเค้าไพ่ทั้ง 4 อย่างนี้ มาทำเป็นสูตรสำเร็จรูป ในรูปแบบของตาราง เพื่อให้กรอกผลของการเล่น แต่ละตา ว่าไพ่ออกมาเป็นฝั่งใดชนะ เสือ หรือ มังกร แล้วเราก็ดูเค้าการออกไพ่ที่ผ่านมา เพื่อนำไปคาดเดาผลของไพ่ที่น่าจะออก อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในหนึ่งขอนไพ่เสือมังกรนั้น มีไพ่อยู่ถึง 6 สำรับ ซึ่งเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไพ่จะสับกันอยู่อย่างไร และ จะออกผลมาเป็นรูปแบบใด เพราะมีความเป็นไปได้เป็นหมื่นรูปแบบ แต่ด้วย ตารางสูตรเสือมังกร สูตรการดูเค้าไพ่ที่บอกไว้ เราจะสามารถเอาชนะครอบคลุมรูปแบบที่จะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดได้ ทำให้สูตรนี้มีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจอย่างมาก

สำหรับการอ่านเค้าไพ่นั้น ถ้าต้องการให้ผลลัพธ์แม่นขึ้นไปอีก เราควรเลือกเล่นที่โต๊ะที่มีการเปิดไพ่มาได้สักระยะแล้ว จะดีกว่าการเล่นที่โต๊ะใหม่ ที่ยังไม่มีเค้าไพ่ให้ดูอะไรเลย เพราะมันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันจึงยังไม่สามารถอ่านแนวโน้มได้ และสำหรับการใช้ ตารางสูตรเสือมังกร ในการเล่นนั้น ในช่วงแรกๆ อาจจะพบว่าผลการออกไพ่ยังทำให้เราเสียเงินอยู่บ้าง แต่เมื่อเล่น เกมมังกร เสือ ไปอีกซักระยะ จะกลับมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ

องค์ประกอบ ตารางสูตรเสือมังกร เค้าไพ่ 4 แบบ

ในหัวข้อนี้เราจะมาอธิบายลงรายละเอียดกันว่าเค้าไพ่ทั้ง 4 แบบที่เราเอามาสรุปทำนั้น มีวิธีการดูอย่างไรบ้าง และเราต้องวางเดิมพันของแต่ละรูปแบบอย่างไรบ้าง

  1. รูปแบบการเดิมพันออกติด คือ ถ้าการออกไพ่ 2 ครั้งสุดท้ายเป็น (มังกร, มังกร) หรือ (เสือ, เสือ) เค้าไพ่แบบนี้เราจะเรียกว่า “ออกติด” การวางเดิมพันจะต้องวางเดิมพันตามฝั่งที่ชนะครั้งสุดท้าย
  2. รูปแบบการเดิมพันแบบสลับ ถ้าการออกไพ่ 3 ครั้งสุดท้าย สลับกันออกเป็น (เสือ, มังกร, เสือ) หรือ (มังกร, เสือ, มังกร) เราจะเรียกรูปแบบนี้ว่า “ออกสลับ” การเดิมพันครั้งต่อไป จะตรงกันข้ามกับการออกของไพ่ครั้งสุดท้าย
  3. รูปแบบการเดิมพันแบบติด 2 สลับ 1 ถ้าการออกไพ่ 3 ครั้งสุดท้าย เป็น (เสือ, เสือ, มังกร) หรือ (มังกร, มังกร, เสือ) เราจะเรียกว่า “2 – 1” การเดิมพันครั้งต่อไป จะต้องวางเดิมพันให้ตรงข้ามกับไพ่ฝั่งที่ออกสุดท้าย
  4. รูปแบบการเดิมพันแบบ 2 – 2 – 2 โดยจะดูจากเค้าไพ่ 4 ครั้งสุดท้ายที่ออก ซึ่งจะออกสลับทีละสอง เช่น (เสือ, เสือ, มังกร, มังกร) หรือ (มังกร, มังกร, เสือ, เสือ) หรือ (เสือ, มังกร, มังกร, เสือ) และ (มังกร, เสือ, เสือ, มังกร) แบบนี้จะเรียกรูปแบบ 2-2-2 และจะวางเดิมพันไปที่ฝั่งตรงข้ามกับไพ่ที่ออกมาครั้งสุดท้าย

เมื่อเข้าใจรูปแบบเค้าไพ่ และ การวางเงินเดิมพันของเค้าไพ่แต่ละแบบแล้ว ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับหน้าตาของ ตารางสูตรเสือมังกร กันว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

ผลจากการใช้ตารางสูตรเพื่อเล่น เกมมังกร เสือ

จากตารางที่ยกตัวอย่างมาด้านบนนี้ สังเกตไว้ว่าในช่วงเริ่มต้นเล่น เกมมังกร เสือ นั้น ดูเหมือนเราจะเสียเงินไปก่อน แต่จากการเล่นอย่างต่อเนื่อง เราจะได้เงินที่เสียเดิมพันไปกลับคืนมา พร้อมกับสามารถทำกำไรให้เราได้ด้วย ซึ่งขอสรุปผลจากการใช้ตารางสูตรเสือมังกรเพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการนำสูตรไปใช้ต่อ โดยสามารถสรุปใจความสำคัญของแนวทางในการใช้สูตรได้ดังนี้

  1. การเล่นไพ่ เกมมังกร เสือ นั้นจะใช้ไพ่ประมาณ 6 – 10 สำรับใส่ในขอนไพ่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สำหรับไพ่ที่จะออกผลรูปแบบต่าง ๆ มากกว่าหมื่นแบบ การอ่านเค้าไพ่ออกจะช่วยให้เราสามารถวางเดิมพันได้ถูกต้องมากขึ้น
  2. การดูเค้าไพ่นั้น ถ้าจะให้แม่นยำมากขึ้น ควรมีการเปิดไพ่ไปแล้วอย่างน้อย 10 – 20 ตา เพื่อให้เราสามารถเห็นรูปแบบการออกของไพ่ได้อย่างชัดเจน
  3. การเริ่มใช้ตารางนั้น เราจะยังไม่วางเดิมพันใน 2 ตาแรก ให้สังเกตการเพื่อบันทึกข้อมูลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากข้อมูลยังไม่เห็นเค้าชัดเจน จึงยังไม่สามารถอ่านค่าได้
  4. ในช่วงการเล่นแรก ๆ ถ้าเราเดินตาม ตารางสูตรเสือมังกร อาจจะดูเหมือนว่าเราเสียเงินไปก่อน แต่เมื่อเล่นต่อไปจะเริ่มทำกำไรกลับมาได้
  5. ในช่วงประมาณ 40 ตาแรก เราจะเสียมากกว่าได้ และ ตั้งแต่ตาที่ 100 เป็นต้นไป เราจะเริ่มได้ติด ๆ กันอย่างต่อเนื่อง จนจบตาที่ 125 เราจะมีเงินกำไรสะสมอยู่ที่ 1,235 บาท ดังนั้นการวางแผนการเล่น ถ้าหากเราต้องการความมั่นใจควรมีเงินทุนสำหรับวางเดิมพันอย่างน้อย 10 ตา เช่น ถ้าเราจะวางเงินตาละ 100 บาท ขั้นต่ำเราควรมีเงินทุนอย่างน้อย 1,000 บาท เพราะจากสถิติในตารางจะเห็นได้ว่ามีการแพ้ 5 – 6 ตาติดกันอยู่
  6. สถิติการชนะติดต่อกันสูงสุด จะอยู่ที่ชนะ 6 ตาติด และ สถิติการชนะติดต่อกัน 5 ครั้ง และ 4 ครั้ง เกิดขึ้นอยู่หลายครั้งจากการใช้ตารางสูตรนี้ ส่วนสถิติในการแพ้นั้น แพ้ต่อเนื่องกันสูงสุดอยู่ที่ 5 ตาติด
  7. จากตัวอย่างที่เล่นจริงนี้ เราวางเงินเดิมพันเท่ากันทุกตา ตาละ 100 บาท ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถใช้สถิติที่เกิดขึ้นตามที่บันทึกในตาราง เพื่อวางแผนการเล่น เกมมังกร เสือ ให้ได้กำไรตามที่ต้องการได้ เช่น อาจจะหยุดเล่นเมื่อได้กำไร 1,000 บาท ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเล่นไปแล้วเกิน 100 ตา
  8. กรณีที่ทายผิดแล้วแพ้ต่อเนื่องกันหลาย ๆ ตา ให้เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้ และจะแพ้ต่อเนื่องกันสูงสุดประมาณ 5 – 6 ครั้ง หลังจากนั้นจะเปลี่ยนกับมาชนะอีก อย่าเพิ่งถอดใจเลิกเล่นเมื่อเสียติดต่อกัน แต่ต้องพึงระลึกว่าในระยะยาวๆ เช่นเล่นกันเป็น 1,000 เกม ขึ้นไป ค่าเฉลี่ยทางสถิติที่ฝั่งผู้เล่นชนะ จะเป็น 44.62%, ฝั่งคาสิโนเป็นผู้ชนะ 45.86% และผลออกมาที่เสมอจะอยู่ที่ 9.52% ซึ่งในระยะยาวทางเจ้ามือจะมีความได้เปรียบกว่าเราอยู่นิดหน่อย

จบกันไปแล้วสำหรับข้อมูล ตารางสูตรเสือมังกร ที่เอามาอธิบายให้เห็นภาพกันอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนที่ชื่นชอบการ เล่นไพ่เสือมังออนไลน์ ก็อย่าลืมนำสูตรนี้ไปใช้กันได้ ถึงจะไม่ได้ทำกำไรให้มากมายแบบถล่มทลาย แต่ช่วยให้เพื่อนๆ สามารถวางเดิมพันถูกฝั่งมากขึ้น ถือเป็นตัวช่วยที่ดีที่การันตีการทำกำไรให้เราอย่างแน่นอ